ก่อตั้ง "วิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง"
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ตั้งอยู่เลขที่ 46 หมู่ที่ 3 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและถือเป็นคณะต้นกำเนิดของวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง กล่าวคือ ได้รับการก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2497 ตามแนวคิดการตั้งสถานศึกษารูปแบบวิทยาลัยครูหมู่บ้านในท้องถิ่นทุรกันดารของประเทศตุรกี จึงใช้ชื่อในระยะนั้นว่า “วิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง” โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญ 4 ประการ คือ
1) แก้ปัญหาขาดแคลนครูในชนบท โดยคัดเลือกนักเรียนจากท้องถิ่นทุรกันดารมาเรียนและกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเมื่อจบการศึกษา
2) ปลูกฝังให้นักศึกษารักอาชีพครูด้วยกระบวนการศึกษาเล่าเรียนและฝึกงานหลายรูปแบบจนสามารถนำความรู้ความชำนาญไปปฏิบัติได้
3) ให้รู้จักปฏิบัติตนในสังคมประชาธิปไตย โดยให้อยู่ร่วมกัน เคารพนับถือกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหา
4) ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาในท้องถิ่นใกล้เคียง ในระยะแรกได้เปิดสอนหลักสูตร 5 ปี
โดยคัดเลือกนักเรียน ที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 จากท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศมาเป็นนักเรียนในบำรุงแบบอยู่ประจำ โดยทุกคนจะได้รับทุนเป็นค่าเล่าเรียน วัสดุอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า อาหาร สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ปีละ 2,500 บาท ด้านการเรียนจะเน้นทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติ เมื่อจบหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) และกลับไปบรรจุเป็นข้าราชการครูและทำงานชดใช้ทุนในภูมิลำเนาของตน
ยกฐานะเป็น "วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง"
วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2513 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกฐานะวิทยาลัยหมู่บ้าน จอมบึงเป็นวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง โดยได้มีการรับนักศึกษาทั่วไปที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าเรียนหลักสูตร 2 ปีร่วมกับนักศึกษาในบำรุง เมื่อสำเร็จแล้วจะได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) อีกส่วนหนึ่งด้วย ในปีเดียวกันนี้ได้เริ่มเปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) โดยมีฐานะเป็นหมวดวิชาการศึกษา รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) หรือเทียบเท่าเข้าศึกษาต่ออีก 2 ปี
จัดตั้ง "คณะวิชาครุศาสตร์"
ต่อมา พ.ศ. 2518 กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศจัดตั้งคณะวิชาในวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง จึงได้รับการจัดตั้งเป็นคณะวิชาครุศาสตร์พร้อม ๆ กับคณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ แม้ว่าจะได้มีการจัดตั้งคณะวิชาถึงสามคณะแต่ในระยะแรกการจัดการศึกษาของวิทยาลัยก็ยังคงเน้นการผลิตครู
เปิดสอนตามโครงการการศึกษาอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ (อคป.)
วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้เปิดสอนระดับปริญญาตรี ตามหลักสูตรสภาการฝึกหัดครู ในระยะแรกได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี 2 ปี โดยรับนักศึกษาที่สำเร็จประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงหรือเทียบเท่าเข้าเรียนในปีเดียวกันนั้น ได้เริ่มเปิดสอนตามโครงการการศึกษาอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ (อคป.) ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่างกรมการฝึกหัดครูกับหน่วยงานผู้ใช้ครู โดยมุ่งที่จะพัฒนาวิทยาฐานะครูให้ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้ารับการอบรมตามโครงการนี้ จะได้รับการศึกษาอบรมตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง และหลักสูตรปริญญาตรี 2 ปี หรืออนุปริญญา หมวดวิชาการศึกษาจึงได้ยกฐานะขึ้นมาเป็นสาขาครุศาสตร์ อนึ่ง เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในขณะนั้น ทำให้วิทยาลัยไม่สามารถที่จะรับนักศึกษาทุนในวงเงินทุน 2,500 บาท/คน/ปีดังเดิมได้ วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงด้วยความเห็นชอบของกรมการฝึกหัดครู จึงได้ยุติการผลิตครูสำหรับท้องถิ่นทุรกันดารตามนโยบายกรมการฝึกหัดครูในปี พ.ศ.2521 นั่นเอง
เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา
วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา ทั้งนี้เพื่อสนองนโยบายของกรมการฝึกหัดครู และเนื่องจากความต้องการครูระดับนี้น้อยลง
เปิดสอนระดับปริญญาตรี "ครุศาสตรบัณฑิต"
วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้เปิดสอนระดับปริญญาตรี 4 ปี ตามหลักสูตรของสภาการฝึกหัดครู โดยรับผู้สำเร็จการศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าเข้าเรียน เมื่อสำเร็จแล้วจะได้รับวุฒิปริญญาครุศาสตรบัณฑิตเช่นเดียวกับนักศึกษาปริญญาตรีทั่วไป
เริ่มเปิดสอนระดับ ป.กศ.สูง
วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้เริ่มเปิดสอนระดับ ป.กศ.สูง หลักสูตรเทคนิคการอาชีพตามหลักสูตรสภาการฝึกหัดครู พ.ศ. 2519 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2525 โดยรับนักศึกษาที่สำเร็จชั้นมัธยมการศึกษาตอนปลาย เข้าเรียนในภาคสมทบ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง อย่างไรก็ตาม วิทยาลัยเปิดสอนนักศึกษาภาคสมทบได้เพียงรุ่นเดียวก็มิได้เปิดอีก
เริ่มเปิดสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพการศึกษาชั้นสูง
วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้เปิดสอนเทคนิคการอาชีพสำหรับนักศึกษาภาคปกติ ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพการศึกษาชั้นสูง วิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรนี้เพียงรุ่นเดียวก็มิได้เปิดอีกเช่นกัน
เปิดสอนโครงการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (กศ.พช.)
วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้ปฏิบัติตามนโนบายของกรมการฝึกหัดครู คือ งดรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง และงดสอนตามโครงการการศึกษาอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ (อคป.) และได้เริ่มเปิดสอนตามโครงการจัดการศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ (กศ.บป.) และต่อมาเปลี่ยนเป็นโครงการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (กศ.พช.)
เปิดสอนนักศึกษาโครงการคุรุทายาท
วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้เปิดสอนนักศึกษาโครงการคุรุทายาท ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติกับกรมการฝึกหัดครู ให้เรียนในระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย และโปรแกรมวิชาการประถมศึกษา ต่อมาในปีการศึกษา 2534 กรมสามัญได้เข้าร่วมโครงการนี้ วิทยาลัยได้รับการคัดเลือกให้สอนนักศึกษาคุรุทายาทสายมัธยมศึกษา โปรแกรมวิชาคณิตศาสตร์, เกษตรศาสตร์ และอุตสาหกรรมศิลป์ (สาขาก่อสร้างและอิเล็กทรอนิกส์)
ปฏิบัติตามนโยบายของกรมการฝึกหัดครู
วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้ปฏิบัติตามนโยบายของกรมการฝึกหัดครูและเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ คือ ลดปริมาณการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาสายวิชาชีพครูลง และเพิ่มปริมาณการผลิตบัณฑิตระดับปริญญา และนักศึกษาระดับอนุปริญญาสาขาวิชาการอื่นให้มากขึ้นในหลาย ๆ สาขาวิชา
พระราชทานชื่อ “สถาบันราชภัฏ” แก่วิทยาลัยครู
ได้เปิดสอนนักศึกษาคุรุทายาท ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรมการฝึกหัดครู (กฝ.) กับสำนักงานคณะการการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ในการผลิตครูสาขาปฐมวัย สาขาประถมศึกษา และสาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป โครงการความร่วมมือระหว่างกรมการฝึกหัดครู (กฝ.) กับกรมสามัญศึกษา (สศ.) ในการผลิตครูสาขาคณิตศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และอุตสาหกรรมศิลป์ (สาขาก่อสร้างและอิเล็กทรอนิกส์) โครงการความร่วมมือระหว่างกรมการฝึกหัดครู (กฝ.) กับกรมสามัญศึกษา (สศ.) ในการผลิตครูสายมัธยมศึกษา โปรแกรมวิชาดนตรี
อย่างไรก็ตาม การผลิตบัณฑิตในช่วงปีการศึกษา 2535 – 2539 ได้การวางแผนให้สอดคล้องกับนโยบายของแผนพัฒนาการศึกษาระยะที่ 7 ตามกรอบทิศทางของกรมฝึกหัดครู ที่เน้นให้วิทยาลัยครูเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยผลิตบัณฑิตสาขาวิชาครุศาสตร์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ และสาขาวิทยาศาสตร์ เป็นสัดส่วน 40 : 30 : 30 ตามลำดับ ขณะเดียวกันทางด้านความเข้าใจของผู้คนทั่วไปในสังคมกลับมองว่าวิทยาลัยครูไม่ใช่สถาบันอุดมศึกษา และผู้จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูต้องประกอบอาชีพครูเท่านั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “สถาบันราชภัฏ” แก่วิทยาลัยครู เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535
คณะวิชาครุศาสตร์ได้ยกฐานะขึ้นมาเป็น “คณะครุศาสตร์”
วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2537 สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ และวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2537 วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ ต่อมาวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับกฤษฎีกา มีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2538 คณะวิชาครุศาสตร์ได้ยกฐานะขึ้นมาเป็น “คณะครุศาสตร์” ตำแหน่งผู้บริหารคณะเปลี่ยนจาก “หัวหน้าคณะ” เป็น “คณบดี”
เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทและหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู
ปีการศึกษา 2541 คณะครุศาสตร์ได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา เป็นหลักสูตรแรก ต่อมาปีการศึกษา 2542 หลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ขึ้น คณะครุศาสตร์ จึงมีบทบาทด้านการพัฒนาครูและส่งเสริมวิทยฐานะครู คณะครุศาสตร์จึงเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู เพื่อช่วยพัฒนาครูและส่งเสริมครูที่ไม่มีวุฒิครูให้ได้รับใบประกาศ “ประกอบวิชาชีพครู” รวมทั้งได้เปลี่ยนแปลงการบริหารงานวิชาการ จาก "ภาควิชา" เป็น "โปรแกรมวิชา" เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจด้านการจัดการศึกษาเกิดประสิทธิภาพ และเพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพ คณะครุศาสตร์จึงจัดการบริหารแบบโปรแกรมวิชาในระยะแรก 4 โปรแกรมวิชา ได้แก่ โปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย, โปรแกรมวิชาประถมศึกษา, โปรแกรมวิชาพลศึกษาและนันทนาการ และโปรแกรมวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา
คณะครุศาสตร์ มี 11 โปรแกรมวิชาและเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโท 2 สาขา
จากการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันประธานคณะกรรมการตรวจเยี่ยม โดยศาสตราจารย์ ดร.พจน์ สะเพียรชัย ได้ให้คำแนะนำว่าเพื่อให้การบริหารจัดการผลิตบัณฑิตสาขาครุศาสตร์มีเอกภาพ สถาบันควรย้ายโปรแกรมวิชาสาขาครุศาสตร์ (ค.บ.) ซึ่งสังกัดในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาสังกัดคณะครุศาสตร์อีก 7 โปรแกรมวิชา ได้แก่ โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา,\โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป, โปรแกรมวิชาฟิสิกส์, โปรแกรมวิชาคณิตศาสตร์, โปรแกรมวิชาสังคมศึกษา, โปรแกรมวิชาดนตรีศึกษา, โปรแกรมวิชาภาษาไทย และโปรแกรมวิชาภาษาอังกฤษ จากเดิม 4 โปรแกรมวิชา เพิ่มเป็น 11 โปรแกรมวิชา และเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทเพิ่มอีก 1 สาขา คือ สาขาหลักสูตรและการสอน และปีการศึกษา 2546 คณะครุศาสตร์ได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทเพิ่มอีก 1 สาขา คือ สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา และเปิดระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2547 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 1 ตอนที่พิเศษ 23 ก เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2547 มีผลให้สถาบันราชภัฏทุกแห่งเปลี่ยนสภาพเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2547 สถาบันราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จึงมีฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง” เป็นต้นมาและในปีการศึกษา 2547 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คณะครุศาสตร์ ได้ปรับเปลี่ยนหลักสูตรครุศาสตร์ระดับปริญญาตรี จากเดิมที่ใช้เวลาในศึกษาเพียง 4 ปี เป็น 5 ปี
รับรองหลักสูตรปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) 5 โปรแกรมวิชา
คณะครุศาสตร์ ได้ปรับปรุงหลักสูตรระดับปริญญาตรี ประกอบด้วยหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและหลักสูตรพลศึกษา-เทคโนโลยีผู้สื่อข่ายกีฬา ได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทเพิ่มอีก 1 สาขา คือ สาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ และในปีเดียวกันนี้ ราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับให้สาขาครุศาสตร์เปลี่ยนชื่อเป็น “สาขาวิชาการศึกษา” ปีการศึกษา 2550 คุรุสภาประกาศรับรองมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการผลิตปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) สาขาวิชาการศึกษา พ.ศ.2547 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 จำนวน 5 โปรแกรมวิชา คือ โปรแกรมวิชาคณิตศาสตร์ โปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย โปรแกรมวิชาศิลปกรรมดนตรี โปรแกรมวิชาภาษาอังกฤษ และโปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
พัฒนาครูในพื้นที่ทุรกันดารจังหวัดตาก สนองแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี (ในขณะนั้น)
คณะครุศาสตร์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี (ในขณะนั้น) ให้คณะครุศาสตร์จัดทำหลักสูตรและจัดการศึกษาสนองแนวพระราชดำริ และพระราชประสงค์ที่ทรงมุ่งมั่นจะพัฒนาครูส่วนหนึ่งในพื้นที่ทุรกันดารของจังหวัดตาก ที่ยังไม่มีคุณวุฒิทางการศึกษาให้ได้รับการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางการศึกษา ซึ่งโครงการจัดการศึกษาตามแนวพระราชดำริดังกล่าว ยังความภาคภูมิใจและความปลื้มปิติอย่างล้นพ้นให้กับคณะครุศาสตร์ โดยได้รับความอนุเคราะห์อย่างดียิ่งในการดำเนินงาน ทั้งด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จากโรงเรียนชุมชนบ้านแม่ต้าน (ราษฎรบำรุง) อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โครงการนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นในปีการศึกษา 2555
รับรองหลักสูตรปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) 8 โปรแกรมวิชา
คุรุสภาประกาศรับรองมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการผลิตปริญญา ครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) สาขาวิชาการศึกษา ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2552 ดังนี้ โปรแกรมวิชาภาษาไทย, โปรแกรมวิชาสังคมศึกษา, โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป, โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีการศึกษา, โปรแกรมวิชาภาษาอังกฤษ, โปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย, โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา และโปรแกรมวิชาพลศึกษา – เทคโนโลยีผู้สื่อข่าวกีฬา
รับรองหลักสูตรปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) อีกหลายสาขาวิชา
ปีการศึกษา 2557 คุรุสภาประกาศรับรองมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการผลิตปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 ดังนี้ สาขาวิชาพลศึกษา, สาขาวิชาภาษาอังกฤษ, สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย และสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์การศึกษา ต่อมาปีการศึกษา 2558 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา รับทราบการให้ความเห็นชอบหลักสูตร สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย (5 ปี) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558
ปีการศึกษา 2559 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา รับทราบการให้ความเห็นชอบหลักสูตร สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์การศึกษา (5 ปี) เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ (5 ปี) และสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์การศึกษา (5 ปี) เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2559
ปีการศึกษา 2558 – 2561 คณะครุศาสตร์ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรระดับปริญญาตรี (5 ปี) 4 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย สาขาวิชาพลศึกษา สาขาวิชาภาษาอังกฤษ และสาขาวิชาเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์การศึกษา
ปีการศึกษา 2560 คณะครุศาสตร์ ปิดการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาโท สาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ และสาขาหลักสูตรและการสอน
รับรองหลักสูตรปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี) 5 สาขาวิชา และเปิดหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พร้อมทำโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
คุรุสภาประกาศรับรองมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการผลิตปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 จำนวน 5 สาขาวิชา ประกอบด้วย สาขาวิชาพลศึกษา, สาขาวิชามวยไทยศึกษาและพลศึกษา, สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาและคณิตศาสตร์, สาขาวิชาภาษาอังกฤษ และสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย จากนั้นได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทเพิ่มอีก 1 สาขา คือ สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และเปิดสอนหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาบริหารการศึกษาเป็นหลักสูตรแรก และนอกจากนี้คณะครุศาสตร์ยังได้ดำเนินการโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกคนดี คนเก่ง เข้ามาศึกษาวิชาชีพครู โดยการหล่อหลอมจิตวิญญาณความเป็นครู พัฒนาให้มีสมรรถนะตามเป้าหมายครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นตลอดระยะเวลาการศึกษาในสถาบันผลิตครู โดยร่วมมือกับสถาบันเครือข่ายในแต่ละภูมิภาค เพื่อความเข้มแข็งในการผลิตครูท้องถิ่นที่มีคุณภาพ เป็นการส่งเสริมศักยภาพเชิงวิชาการและวิชาชีพ มีการดำเนินการออกแบบกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้รับทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนดไว้ 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านคุณลักษณะ ด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน และด้านอัตลักษณ์สถานศึกษา เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการและบุคลากรทางการศึกษาในภูมิลำเนาของตนเอง
โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
คณะครุศาสตร์ ปิดการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา จากนั้นกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดทำโครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มาตรา 5 (3) และ (6) เพื่อลดความเหลี่ยมล้ำในการศึกษา และพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล โดยดำเนินการค้นหา คัดกรอง และคัดเลือกนักศึกษาผู้รับทุนในโครงการให้เป็นไปตามคุณสมบัติและเกณฑ์การคัดกรองของ กสศ. จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีในระบบปิด สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ให้มีคุณลักษณะที่เหมาะสมในการเป็นครูของชุมชน มีจิตสำนึกความเป็นครู จิตสำนึกชุมชน มีความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีความรู้ มีทักษะการจัดการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุกลับไปเป็นครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลซึ่งเป็นท้องถิ่นของตน
ปรับปรุงหลักสูตร 4 ระดับการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566
คณะครุศาสตร์ มีการปรับปรุงหลักสูตรประจำปีการศึกษา 2566 ได้เปิดสอนนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษา 4 ระดับการศึกษา คือ
ระดับปริญญาตรี (ค.บ.) 4 ปี 5 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา (หลักสูตร 4 ปี), สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและคณิตศาสตร์ (หลักสูตร 4 ปี), สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย (หลักสูตร 4 ปี), สาขาวิชาภาษาอังกฤษ (หลักสูตร 4 ปี), สาขาวิชาพลศึกษา (หลักสูตร 4 ปี), สาขาวิชาประถมศึกษา (หลักสูตร 4 ปี)
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต)
ระดับปริญญาโท (ค.ม.) สาขาวิชาบริหารการศึกษา
ระดับปริญญาเอก(ปร.ด.) สาขาวิชาบริหารการศึกษา
